คุยกับ ส้ม ณัชพร สายบัว เจ้าของรายการคุยแซ่บโชว์

“เราทำเองดีกว่า เราทำให้รายการดังไม่รู้กี่เทปแล้ว แถมขายเองเป็นอีก เราเริ่มอนาคตเองได้ตั้งนานแล้ว เราแค่ไม่ออกมาเองแหละ” คุณส้ม ณัชพร สายบัว เปิดประเด็นถึงการออกมาทำรายการคุยเช้าโชว์ ช่วงเช้าทางช่องวัน ก่อนจะขยับเวลามาเป็น เวลาช่วงบ่าย โดยชื่อรายการว่า คุยแซ่บโชว์

เส้นทางสายการผลิตรายการของคุณส้มไม่ธรรมดาเลย จากที่เคยเป็นหุ้นส่วนรายการของวู้ดดี้ ก็ได้มีการแยกย้ายออกมาทำงานตามวิถีที่ตัวเองถนัด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความเป็นมา แนวคิดในการทำงานเป็นอย่างไร ‘เส้นทางเถ้าแก่’ พร้อมนำเสนอนับจากบรรทัดต่อไปนี้

นักแสดงสู่ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์

“ส้มจบโทการแสดงจากจุฬา ก็มาทำที่กันตนาในบทบาทนักแสดงและครูฝึกสอนการแสดง เป็นคนเริ่มทำกันตนาแอคติ้งสคูล ขายงานด้วยนะตอนนั้น  เรารู้ว่าเราว่าจะสอนอะไรนักเรียน ดังนั้นเวลาคุยกับผู้ปกครอง เค้าก็จะเข้าใจ โอเคที่จะมาเรียน ก็ได้วิชาจากตรงนี้ไป ตอนนั้นเหมือนเราได้ฝึกนะ ก็ทำมาหลายปี”

“จนเมื่อตอนรายการทางไอทีวี ที่มีวู้ดดี้เป็นพิธีกร โดนถอด คือต้องบอกก่อนว่าส้มกับวู้ดดี้   รู้จักกันมาเกือบ 20 ปี เขาโทรมากลุ้มใจ เราก็เลยให้กำลังใจไปว่า ไม่เห็นต้องเครียดเลย ในเมื่อคนอื่นเขาเอาออก  ก็ทำเองเลย เรื่องอะไรเราต้องมานั่งเครียด เราก็เปิดของเราเองเลยสิ”

แล้วหลังจากนั้นไม่นานวู้ดดี้ก็ชวนคุณส้มให้มาช่วย ตอนนั้นเราก็ยังเป็นดาราอยู่กันตนา ก็ใช้เวลาช่วงกลางคืนมาคุยงานตามร้านกาแฟ ก็ทำกันมาตั้งแต่ตอนนั้นก็ 14 ปีมาแล้ว งานแรกที่ทำคือ ผลิตรายการ รักยิ้ม ทางช่อง 5 ตามด้วยรายการไฮโซบ้านนอกทางช่อง 3

ต่อมาก็ทำรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ตอนนั้นขายรายการใหม่ สปอนเซอร์ไม่ลง ประสบปัญหานั้นมา 6 เดือนเลย ตอนนั้นก็มีลูกค้าบางส่วนที่ช่วยสนับสนุน ช่วยให้มีต้นทุน แต่ก็ยังไม่มีกำไร วันที่มีกำไร คือวันที่ตัดสินใจทำ tie-in สินค้า เอาพอลล่า เทเลอร์ไปถ่ายที่มาเก๊า คิดราคาถูกๆ ก็เอาเทปนั้นส่งไปให้เอเจนซี่ทุกที่เลย เค้าก็เห็นว่า ทำแบบนี้ก็ได้นี่นาจากนั้นก็เงินมาไม่หยุด

แม้พี่ส้มเป็นคนต้นคิด tie-in ขึ้นมา แต่ก็ใช่จะเคลมว่าตัวเองเก่ง  เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ถ้าเกิดว่าทำมา 6 เดือน แล้วยังไม่เวิร์ค มันก็คือเป็นปกติของมนุษย์ที่คิดว่าจะต้องทำอะไรต่อ  เพราะถ้าเก่งจริงก็คงทำได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ได้เก่ง ทำได้แค่เอาตัวรอด แค่นั้นเอง

จุดที่ตัดสินใจให้ออกมาทำ คุยเช้าโชว์

“มาจากที่วู้ดดี้บอกไม่อยากทำรายการแล้ว ก็เริ่มปิดรายการเกิดมาคุยก่อน ส้มก็เลย เอ้ยเอาจริงนี่หว่า แต่ถ้าจะปิดจริงจัง ก็เลยมองว่า เดี๋ยวพนักงานจะยังไง เพราะพนักงานบางคนทำกับส้มมา 10 ปี 5 ปี ไม่ใช่จะปิด ก็ปิดเนาะ ต้องคิดให้ดีก่อน พอเขาปิด เกิดมาคุย บอกว่า รายการตื่นมาคุยจะให้ส้มนะ ก็รีบรับไว้ ถ้าไม่รับ ก็ต้องปิดเหมือนเกิดมาคุย เลยบอกว่า ขอ 3 เดือน ทำไปก่อนนะ เพราะตอนนั้นลูกเพิ่งคลอด เดือนมีนาเดี๋ยวกลับไปทำให้”

ออนไลน์ส้มก็ทำได้ แต่ไม่ได้เกิดมาทำออนไลน์บนเฟซบุค  อันนี้รู้ตัวว่าเหมาะกับงานผลิตแบบนี้ชัดเจน เราชอบงานใหญ่ งานประณีต ชอบการเตรียมงาน ส้มไม่ได้รังเกียจออนไลน์ ถ้าให้ส้มไปรุกเฟซบุค ก็ไม่ใช่ ส้มเห็นว่าทีวีกับออนไลน์ต้องมาด้วยกัน แล้วมันจะรุ่ง

“เป็นคนขายงาน  เราจะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เค้าซื้อแพคแบบไหน   เขาซื้อทีวีพ่วงออนไลน์ ซื้อออนไลน์เดี่ยวๆเราก็รู้เลยว่ากี่แสน แต่ถ้าทีวีพ่วงออนไลน์ก็เป็นสิบๆล้าน ซึ่งเราเห็นไง ว่าซื้อพ่วงกันมันเวิร์คกว่า  อนาคตออนไลน์มาแน่นอน เราวางกลยุทธ์การไว้เรียบร้อยแล้ว”

ออเร้น มาม่า กว่าจะมีวันนี้ มีอะไรให้ถอดใจไหม

“ส้มเป็นคนไม่ท้ออะไรเลยนะ อย่างมากก็แค่เหนื่อย ถ้าส้มท้อ ก็คงไม่มีวันนี้นะ ไม่เคยท้อ มีแต่จะสู้ แปลกมาก เวลามีปัญหามาปั๊บ มันก็มีโมโหกันบ้างแหละ แต่ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด เราจะไม่มีเวลามานั่งจ๋อย นั่งท้อเลย แต่จะคิดอย่างเดียวว่าจะทำยังไงให้เรารอด

“ความคิดที่จะสู้มันอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว สมมุตเราเจอความบรรลัย แล้วเราจะทำยังไง ว่าเราจะแก้ปัญหายังไง เราจะมานั่งเขียน แนวทางแก้ปัญหาเลย หนึ่ง สอง สาม สี่  มันจะมีทางสุดท้ายเสมอ แต่เราจะไม่ค่อยไปนะ   เพราะมันคือเราไม่อยากทำมากที่สุด   สมมุตถ้ามีปัญหามา ก็จะเขียนเลย ว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ 1 2 3 4  ซึ่งวิธีสุดท้ายที่เราไม่อยากทำ นั่นก็คือ ปิดตัว เพราะมันขาดทุน ถ้าทำสามข้อนั่นไม่ได้ ก็ต้องไปข้อสุดท้ายแน่  หน้าที่เราคือทำให้มันเกิดขึ้น 1 2 3 แต่ถ้า 1 2 3 ลองแก้สิ ลองสู้ ถ้าสู้ไม่ได้ ก็ไม่ทู่ซี้ ก็ปิดไป แค่นั้นเอง”

และนี่คือวิถีเส้นทางเดินของลูกผู้หญิงชื่อ ส้ม ณัชพร สายบัว เจ้าของรายการที่ฮอตที่สุดในตอนนี้  คุยแซ่บโชว์

 

เรื่อง : รวีวรรณ สนองคุณ

ภาพ : อ้น ซักซี้ด ต้องลอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *