ปลูกพืชหัวกลับ ทำขายสร้างรายได้สบาย

การปลูกพืชหัวกลับ อาจฟังดูเป็นเรื่องแปลกสำหรับหลายคน แต่ในต่างประเทศได้มีการทำมานานแล้ว ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยก็ได้มีการประยุกต์วิธีปลูกพืชหัวกลับหลากหลายชนิด โดยเกษตรที่ให้ความสนใจ ถือว่าเป็นแนวคิดแนวใหม่ที่น่าสนใจ และเหมาะกับคนในสังคมปัจจุบันมีหลายคนสนใจจึงนำวิธีการปลูกมาแนะนำ

การปลูกพืชกลับหัว นอกจากไม้ประดับ พืชผักสวนครัวก็ยังปลูกได้ อาทิ พริก มะเขือเทศ เป็นต้น ก็สามารถใช้วิธีปลูกพืชหัวกลับได้ด้วย การปลูกพืชผักลักษณะนี้ถ้าทำออกมาได้สวย หรือทำจนชำนาญ บอกเลยว่าสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้เป็นอย่างดี  เพราะนอกจากนำไปประดับบ้านแล้ว ยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย ประโยชน์หลายนต่อเลยทีเดียว

การปลูกพืชหัวกลับ มีข้อดีมากมาย เช่น การประหยัดน้ำ ประหยัดปุ๋ย และที่สำคัญเลย คือการประหยัดพื้นที่ ผู้ที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถปลูกได้ หลักการง่ายๆ ของการปลูกพืชวิธีนี้คือ การนำกฎของแรงโน้มถ่วงของโลกมาใช้ กล่าวคือ พืชจะมีการดูดซึมแร่ธาตุ และสารอาหาร จากพื้นรากขึ้นสู่ยอดได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ฉบับนี้จึงนำเสนอวิธีปลูกพืชผักกลับหัว  ตามปกติพืชจะเจริญเติบโตทางด้านบน เติบโตขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม ในขณะที่รากจะชอนไชลงไปในดินตามแรงโน้มถ่วง การเจริญเติบโตในลักษณะนี้ทำให้ใบของพืชได้รับแสงอย่างเต็มที่ และรากก็สามารถดูดซึมน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากดินเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์แสงและหล่อเลี้ยงต้นพืช แต่สำหรับพืชที่ปลูกแบบกลับหัวนั้นจะแตกต่างออกไป

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.กระถางพลาสติกขนาด 10 นิ้ว

2.ลวดร้อยกระถาง 3 สาย

3.วัดสุอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา เช่น ขุยมะพร้าว หรือขุยมะพร้าวผสมกับกากมะพร้าว

4.ต้นกล้าที่จะปลูก เช่น กะเพรา พริก โหระพา เป็นต้น

วิธีรการปลูก

1.นำขุยมะพร้าวหรือดินที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในกระถางจนเต็ม

2.นำแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยมมาปิดด้านบนของกระถางโดยใช้นิ้วหนีบกระเบื้องไว้กับกระถางเพื่อป้องกันวัสดุปลูกร่วงหล่น

3.จากนั้นคว่ำกระถาง ในลักษณะให้ก้นกระถางหันขึ้นด้านบน แล้วจึงนำต้นกล้าที่เราจะปลูกหยอดลงไปในรูก้นกระถางแล้วร้อยลอด 3 สาย สำหรับใช้ในการแขวน

4.รดน้ำให้ปุ๋ยตามปกติ อย่างสม่ำเสมอ

5.รอจดต้นโตสูงอย่างน้อยต้อง 30 เซนติเมตรขึ้นไปซึ่งช่วงเวลานี้ ต้นกล้าจะกลายเป็นผักที่เราต้องการและรากจะยึดเกาะดินเอาไว้แน่นแล้วจึงพลิกกระถางเพื่อให้ต้นพืชกลับหัว แล้วจึงเจารูที่ขอบกระถางเพื่อไว้สำหรับร้อยลวดแล้วจึงนำไปแขวน

6.ด้านบนของกระถางเราสามารถที่จะปลูกผักอีกหนึ่งชนิดได้อย่างสบาย เพียงเท่านี้เราก็สามารถปลูกพืชกลับหัวได้

การปลูกพืชกลับหัวนั้น ต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอพร้อมทั้งใส่ปุ๋ยอย่าให้ขาด เพราะว่าพืชทั้งสองชนิดที่เราปลูกจะแย่งธาตุอาหารและน้ำกัน จึงต้องหมั่นดูแลเรื่องของน้ำ และปุ๋ยอย่างเป็นประจำ สาเหตุอีกอย่างที่ต้องรดน้ำบ่อยๆ ก็เพราะว่าถ้าไม่มีการปลูกพืชอื่นไว้ด้านบนเลยน้ำจะระเหยง่าย วัสดุปลูกเก็บความชื้นไว้ได้น้อย และเนื่องจากเป็นการปลูกพืชกลับหัว การรดน้ำในลักษณะสวนทางกับแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้น้ำที่รดลงไปจะสูญเสียไปส่วนหนึ่ง

หากพืชที่ปลูกมีขนาดไม่ใหญ่ เช่น กะเพรา ก็สามารถใช้ดินปลูกได้ แต่หากปลูกมะเขือเทศแบบกลับหัวจำเป็นต้องใช้วัสดุปลูกที่มีน้ำหนักเบา เพื่อจะได้ลดน้ำหนักของกระถางเวลาแขวน เนื่องจากมะเขือเทศมีต้นใหญ่และมีน้ำหนักมากแต่หากใช้วัสดุปลูกเช่น ขุยมะพร้าว หรือกาบมะพร้าว ซึ่งไม่มีธาตุอาหารอยู่เลย ในการรดน้ำจึงต้องใส่ปุ๋ยแบบที่ใช้ในการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชด้วยนอกจากนี้การปลูกพืชแบบกลับหัวยังช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืชและการเข้าทำลายของโรคและแมลงได้ดีอีกด้วย

เรื่อง : อ้น ซักซี้ด ต้องลอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *